สนร.มาเลเซีย ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ เนื่องในวันพระราชทานธงชาติไทย และวันครบรอบ 100 ปี ธงชาติไทย

          เช้าวันที่ 25 กันยายน 2560 สำนักงานแรงงานในประเทศมาเลเซีย (สนร.มซ.) นำโดย นางนวรัตน์ บุญเปี่ยม อัครราชทูที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) นางสาวกรรณิกา แท่นคำ ที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) และเจ้าหน้าที่ ร่วมกิจกรรมกับ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ เนื่องในวันพระราชทานธงชาติไทยและวันครบรอบ 100 ปี ธงชาติไทย 

สนร. มาเลเซียเข้าร่วมการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เครือข่ายอาสาสมัครคนไทยในมาเลเซีย

          เมื่อวันที่ 17-18 กันยายน 2560 สำนักงานแรงงานในประเทศมาเลเซีย (สนร.มซ.) เข้าร่วมการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเครือข่ายอาสาสมัครคนไทยในมาเลเซีย ซึ่งจัดขึ้นโดยสถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ (สอท.) โดยมีเจ้าหน้าที่จาก Malaysian Bar Council ฝ่ายกงสุล และ สนร. มาเลเซีย ร่วมเป็นวิทยากร

สนร. มาเลเซียต้อนรับท่านวิวัฒน์ ตังหงส์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน และคณะ 19-21 กรกฎาคม 2560

          วันที่ 19-21 กรกฎาคม 2560 ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน (นายวิวัฒน์ ตังหงส์) พร้อมคณะฯ ประกอบด้วยผู้ตรวจราชการกรม กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (นายวินัย ขันติวิศิษฎ์) และผู้ตรวจราชการกรม กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (นายอนุชน วรินทร์เสถียร) และเจ้าหน้าที่ ได้เดินทางมาตรวจนิเทศสำนักงานแรงงานในประเทศมาเลเซีย โดยมีรายละเอียดโดยสรุป ดังนี้ วันที่ 19-21 กรกฎาคม 2560 ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน (นายวิวัฒน์ ตังหงส์) พร้อมคณะฯ ประกอบด้วยผู้ตรวจราชการกรม กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (นายวินัย ขันติวิศิษฎ์) และผู้ตรวจราชการกรม   กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (นายอนุชน วรินทร์เสถียร

ขั้นตอนการไปทำงานในประเทศมาเลเซียโดยถูกต้องตามกฎหมาย (สำหรับแรงงานทั่วไปที่เดินทางเข้ามาทำงานด้วยตนเอง) ด้วยใบอนุญาตทำงานประเภท Visit Pass (Temporary Employment)

1       นายจ้างจะต้องยื่นขอโควต้าจำนวนแรงงานต่างชาติจากกระทรวงมหาดไทยของมาเลเซีย (Ministry of Home Affairs) โดยทางการมาเลเซียจะพิจารณาจำนวนแรงงานต่างชาติ จากประเภทและขนาดของแต่ละกิจการ และชำระค่าธรรมเนียมแรงงานต่างชาติ (Levy)

 

2. เมื่อได้รับอนุมัติจากกระทรวงมหาดไทยแล้ว นายจ้างจัดหาแรงงานตามจำนวนโควต้าที่ได้รับ  ซึ่งนายจ้างอาจติดต่อแรงงานโดยตรง ติดต่อบริษัทจัดหางานในประเทศไทย หรือมอบอำนาจให้สำนักงานแรงงาน ในประเทศมาเลเซีย (สนร. มาเลเซีย) เป็นผู้ประสานให้ความช่วยเหลือ

 

เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองมาเลเซียจะออกปฏิบิตการปราบปรามแรงงานต่างชาติผิดกฏหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 เป็นต้นไทย

            เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2560 กรมตรวจคนเข้าเมืองมาเลเซีย โดย ดาโต๊ะ ไครุล คอร ยาห์ยา (Datuk Khairul Khar Yahya) ผู้อำนวยการฝ่ายแรงงานต่างชาติ ได้เปิดเผยแก่สื่อมวลชนว่า กรมตรวจคนเข้าเมืองมาเลเซียพร้อมออกปฏิบัติการปรามปรามแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายตามสถานที่ต่างๆ ทีมีแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายอาศัยอยู่ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจสอบและสามารถระบุสถานที่ที่มีการจ้างงานแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายแล้ว พร้อมทั้งยืนยันว่าจะไม่มีการต่อเวลาการลงทะเบียนขอบัตร E-Card ภายหลังจากที่การลงทะเบียนสิ้นสุดลงในวันที่ 30 มิถุนายน 2560

การจ้างงาน ตำแหน่ง ผู้ประกอบอาหารไทย

(ประเภทการจ้างงานระยะสั้น 6 เดือน อนุญาตเฉพาะรัฐในคาบสมุทรมาเลเซียเท่านั้น)

ขั้นตอนการขอใบอนุญาตทำงานระยะสั้น 6 เดือน

1. คนงานเดินทางเข้ามาเลเซียโดยใช้วีซ่าท่องเที่ยว (Social Visit Pass)

2. นายจ้างพาคนงานไปตรวจโรค โดยรายงานผลการตรวจโรค นายจ้างสามารถไปรับแบบฟอร์ม   การตรวจโรคได้ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองประจำรัฐ

มาเลเซียขยายระยะเวลาโครงการนิรโทษกรรมแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย

               มาเลเซียได้ประกาศขยายระยะเวลาโครงการนิรโทษกรรมแรงงานต่างชาติ ผิดกฎหมาย (Rehiring and Relocation Illegal Immigrant Programme) ซึ่งเดิมสิ้นสุดในวันที่ 30 มิถุนายน 2559 เป็นถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2560 โดยเปิดโอกาสให้แรงงานต่างชาติผิดกฎหมายที่ทำงานในมาเลเซียที่อยู่เกินเวลาที่ได้รับอนุญาต (Overstay) ได้เสียค่าปรับ และจ่ายค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการจ้างงาน และได้รับใบอนุญาตทำงานอย่างถูกต้อง สำหรับแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายที่ไม่เข้าร่วมโครงการนิรโทษกรรมฯ รัฐบาลจะเร่งรัดจับกุมอย่างเข้มงวด จำคุกและส่งกลับประเทศ

อย่าไปทำงานต่างประเทศ ถ้าไม่มีสัญญาจ้างเป็นลายลักษณ์อักษร

          ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา มีแรงงานไทยจำนวนไม่น้อยโดยเฉพาะพนักงานนวดประสบปัญหาในการทำงาน ทั้งการไม่ได้ค่าจ้างตามที่ตกลง ถูกหักเงินจำนวนมาก หรือต้องจ่ายเงินค่าชดเชยจำนวนมหาศาลให้กับนายจ้างหากต้องการกลับก่อนครบสัญญาจ้าง

 

ประกาศแจ้งเตือนแรงงานไทย ถูกหลอกมาทำงานในประเทศมาเลเซีย

          ขณะนี้ สำนักงานแรงงานในประเทศมาเลเซียได้รับแจ้งว่า นายศิริรัตน์ ขุนทองจันทร์ หรือ

นายหนุ่ย ซึ่งปัจจุบันได้ถูกทางการไทยออกหมายจับ พร้อมด้วยพวกได้หลอกลวงผู้หางานในตำแหน่งช่างเชื่อมช่างประกอบมาทำงานในประเทศมาเลเซียจำนวนมาก โดยมีการประกาศเชิญชวนทาง Facebook และมีการเก็บเงินก่อนเดินทางรายละ 10,000 – 30,000 บาท และให้คนงานเดินทางเข้ามาเลเซียภายใน 3-5 วันหลังจากตกลง เมื่อเดินทางเข้ามาแล้วกลับไม่มีงานทำ ใครที่ต้องการกลับก็จะถูกขู่ทำร้ายจนถึงขู่จะเอาชีวิต 

 

สนร. มาเลเซียร่วมจัดกิจกรรมส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนไทยในมาเลเซีย

         เมื่อวันที่ 20 - 22 สิงหาคม 2559 และวันที่ 26 - 27 สิงหาคม 2559 สำนักงานแรงงานในประเทศมาเลเซีย ร่วมกับทีมแพทย์โรงพยาบาลราชวิถีและโรงพยาบาลสงฆ์ จัดกิจกรรมตามโครงการดูแลสุขภาพแรงงานไทยในกลุ่มประเทศอาเซียนและทวีปเอเซีย ประจำปีงบประมาณ 2559 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมขวัญและกำลังใจให้แก่คนไทยในมาเลเซีย และเพื่อให้คนไทยในมาเลเซียมีความรู้ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพ โดยกำหนดพื้นที่ดำเนินการให้บริการ จำนวน 5 พื้นที่ ได้แก่ รัฐยะโฮร์ รัฐมะละกา กรุงกัวลาลัมเปอร์ รัฐเคดาห์ และรัฐปีนัง มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมดประมาณ 400 คน

ร้องทุกข์จากรัฐซาราวักอีกแล้ว

                เมื่อไม่นานมานี้ สำนักงานแรงงานในประเทศมาเลเซีย (สนร. มาเลเซีย) ได้รับแจ้งเรื่องร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือจากคนไทยจำนวนกว่า 10 คนในรัฐซาราวัก เนื่องจากได้ลักลอบมาทำงานนวดโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน เป็นการชักชวนจากเพื่อนให้มาทดลองทำงานก่อน แต่ปรากฏว่า พอทำงานจริงกลับไม่มีลูกค้า ได้ค่าจ้างน้อยกว่าที่ตกลง และมีการหักค่าใบอนุญาตทำงานในอัตราที่สูงทั้งที่ความจริงนายจ้างไม่ได้ทำใบอนุญาตทำงานให้ 

มาเลเซียนิรโทษกรรมแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย

          ขณะนี้ มาเลเซียได้ดำเนินโครงการนิรโทษกรรมแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย (Rehiring and Relocation Illegal Immigrant Programme) ตั้งแต่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 – 31 ธันวาคม 2559 โดยเปิดโอกาสให้แรงงานต่างชาติผิดกฎหมายที่ทำงานในมาเลเซียที่อยู่เกินเวลาที่ได้รับอนุญาต (Overstay) ได้เสียค่าปรับ และจ่ายค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการจ้างงาน และได้รับใบอนุญาตทำงานอย่างถูกต้อง สำหรับแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายที่ไม่เข้าร่วมโครงการนิรโทษกรรมฯ รัฐบาลจะเร่งรัดจับกุมอย่างเข้มงวด จำคุกและส่งกลับประเทศ

 

สำนักงานแรงงานในประเทศมาเลเซียจึงขอสรุปสาระสำคัญของโครงการนิรโทษกรรมฯ ดังนี้

คุณสมบัติผู้มีสิทธิเข้าร่วมโครงการนิรโทษกรรม แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่

 

1. ประเภท A(i) แรงงานต่างชาติที่มีใบอนุญาตทำงานประเภท Visit Pass Temporary Employment แต่ใบอนุญาตฯ หมดอายุแล้ว แต่ยังคงทำงานต่อกับนายจ้างเดิม (ที่มีชื่อระบุในใบอนุญาตทำงาน) เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 6 เดือน และต้องครบ 6 เดือนก่อนวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 (สรุปง่ายๆ คือ เข้ามาทำงานแบบถูกต้อง มี Work Permit แต่เมื่อ Work Permit หมดอายุแล้วไม่กลับประเทศ ยังทำงานกับนายจ้างรายเดิม)

 

2. ประเภท A(ii) แรงงานต่างชาติที่มีใบอนุญาตทำงานประเภท Visit Pass Temporary Employment แต่ใบอนุญาตฯ หมดอายุแล้ว และยังคงทำงานต่อ แต่ไม่ได้ทำงานกับนายจ้างรายเดิม โดยทำงานเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 6 เดือน และต้องครบ 6 เดือนก่อนวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 (สรุปง่ายๆ คือ เข้ามาทำงานแบบถูกต้องมี Work Permit แต่เมื่อ Work Permit หมดอายุแล้วไม่กลับประเทศ และเปลี่ยนไปทำงานกับนายจ้างรายใหม่)

 

3. ประเภท B แรงงานต่างชาติที่ใช้วีซ่าท่องเที่ยว (Social Visit Pass) ทำงาน และ วีซ่าท่องเที่ยวหมดอายุก่อนวันที่ 1 กันยายน 2558 โดยได้ทำงานกับนายจ้างปัจจุบันเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 6 เดือน และต้องครบ 6 เดือนก่อนวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 (สรุปง่ายๆ คือ เข้ามาทำงานแบบไม่มี Work Permit และอยู่เกินระยะเวลาที่อนุญาตให้เข้ามาท่องเที่ยว)

 

นอกจากนี้ มาเลเซียจะไม่อนุญาตให้บุคคลต่อไปนี้เข้าร่วมโครงการฯ (1) ผู้ที่เดินทางเข้าประเทศมาเลเซียโดยไม่ได้ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองอย่างถูกต้องและไม่มีเอกสารเดินทางที่ถูกต้อง (2) เคยมี Work Permit แต่หลบหนีนายจ้างรายเดิม (3) เคยมี Work Permit แต่หนังสือเดินทางหมดอายุ (4) ได้รับอนุมัติวีซ่าประเภทอื่น เช่น วีซ่านักศึกษา และ Employment Pass

 

ทั้งนี้ นายจ้างและลูกจ้างที่จะเข้าร่วมโครงการต้องเสียค่าปรับและผ่านหลักเกณฑ์มาตรฐานเช่นเดียวกับการจ้างงานแรงงานต่างชาติที่มีอยู่เดิม เช่น ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายค่าธรรมเนียมจ้างงานแรงงานต่างชาติ (Levy) ต้องผ่านการตรวจสุขภาพ ไม่มีประวัติอาชญากรรม หรือไม่เคยลงทะเบียนโครงการนิรโทษกรรม (6P) เป็นต้น

 

 การเข้าร่วมโครงการและค่าใช้จ่าย

ในการเข้าร่วมโครงการนิรโทษกรรมฯ นายจ้างต้องติดต่อบริษัทตัวแทนซึ่งแต่งตั้งโดยรัฐบาลเท่านั้น สำหรับแรงงานไทย ได้แก่ บริษัท Konsortium PMF เพียงบริษัทเดียว หากมีบริษัทอื่นแจ้งว่าสามารถดำเนินการได้แสดงว่ากำลังหลอกลวงท่าน

 

สำหรับค่าใช้จ่ายต่อหัวซึ่งรวมทั้งค่าปรับและค่าธรรมเนียมอื่นๆ รวมทั้งสิ้นประมาณ 3,000 – 5,000 ริงกิตขึ้นอยู่กับประเภทของภาคประกอบการ อย่างไรก็ตาม หากมาเลเซียปรับเพิ่มค่า Levy ก็จะทำให้ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น

 

...ด้วยความปรารถนาดี...

 

สำนักงานแรงงานในประเทศมาเลเซีย

โทร. +603-2145-5868 /+603-2145-6004

อีเมล์ thai_labour_office@yahoo.com

 

 

มาเลเซียเร่งจับกุมแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย

          สำนักงานแรงงานในประเทศมาเลเซียขอแจ้งให้ทราบว่า ขณะนี้มาเลเซียได้ประกาศดำเนินมาตรการเข้มงวดในการจับกุมแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย โดยแรงงานดังกล่าวจะถูกจับกุม เสียค่าปรับ จำคุก และถูกส่งกลับประเทศ ทั้งนี้ นายจ้างที่จ้างแรงงานโดยไม่มีใบอนุญาตจะต้องรีบติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อขอเข้าร่วมโครงการนิรโทษกรรมแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย (Rehiring Programme) โดยต้องมีคุณสมบัติ และเสียค่าปรับและค่าใช้จ่ายตามที่รัฐบาลกำหนด (รายละเอียดติดตามได้ในโพสต์ถัดไป) นอกจากนี้ ยังระงับการให้โควต้าจ้างแรงงานต่างชาติรายใหม่เพื่อประเมินความต้องการจำนวนแรงงานต่างชาติที่เหมาะสม

THAILAND'S PROGRESS IN COMBATING IUU FISHING

 

 

 

 

 

 

ใช้จ่ายอย่างไรดีเมื่อมาทำงานที่มาเลเซีย

          การไปทำงานในต่างประเทศเป็นที่ต้องการของคนไทยหลายๆ คน เพราะคาดหวังรายได้ที่สูงมากกว่าทำงานในบ้านเรา แต่เชื่อหรือไม่ว่ามีแรงงานไทยจำนวนไม่น้อยที่ประสบปัญหาการใช้จ่ายและเมื่อกลับบ้านก็ยังมีปัญหาทางการเงินอยู่ ท่านทราบหรือไม่ว่าเป็นเพราะอะไร?

           ...มีหลายสาเหตุ แต่หนึ่งในนั้นก็คือ การไม่ได้จัดการกับรายได้ที่ได้รับในแต่ละเดือน...

สนร. มาเลเซียเข้าเยี่ยมแรงงานไทย บริษัท Genbina Sdn Bhd

             เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2559 สำนักงานแรงงานในประเทศมาเลเซีย (สนร.มซ.) โดย นายชัยยศ  อยู่ทรัพย์ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) นายธนิทธิ์ ลอยพิมาย ที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) และเจ้าหน้าที่  สนร. มซ. ได้เข้าเยี่ยมแรงงานไทย บริษัท Genbina Sdn Bhd ณ ไซต์งานที่ Setapak, Kuala Lumpur

 

สนร.มาเลเซีย ขอประชาสัมพันธ์แอพพลิเคชั่นบนมือถือ “Smart Labour”

สำนักงานแรงงานในมาเลเซีย (สนร.มซ)

ขอประชาสัมพันธ์แอพพลิเคชั่นบนมือถือ “Smart Labour”

ซึ่งเป็นการบูรณาการด้านแรงงานที่สำคัญของหน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงานสำหรับบริการประชาชน เพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการของคนทำงานในยุคดิจิทัลให้เข้าถึงบริการด้านแรงงานที่สะดวกรวดเร็วมากขึ้น

 

 

 

 

คิดให้รอบคอบก่อนไปทำงานนวด ในรัฐซาราวัก และรัฐซาบาห์ ประเทศมาเลเซีย

ในรอบปีที่ผ่านมา สำนักงานแรงงานในประเทศมาเลเซียได้รับแจ้งร้องทุกข์จากพนักงานนวดไทยในรัฐซาราวักและรัฐซาบาห์เป็นจำนวนมาก หลายท่านได้ตัดสินใจเดินทางโดยที่ยังไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่ดังกล่าว เราอยากให้ท่านได้ทราบถึงข้อมูลบางประการของทั้งสองรัฐนี้

สนร. มาเลเซียเข้าเยี่ยมแรงงานไทยในกรุงกัวลาลัมเปอร์

เมื่อวันที่ 23 - 24 ตุลาคม 2558 สำนักงานแรงงานในประเทศมาเลเซีย (สนร.มซ.) โดย นายชัยยศ อยู่ทรัพย์ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) นายธนิทธิ์ ลอยพิมาย ที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) และเจ้าหน้าที่ สนร. มซ. ได้เข้าเยี่ยมแรงงานไทยและพบตัวแทนนายจ้างในสถานประกอบ 5 แห่ง ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ เป็นบริษัทก่อสร้าง 1 แห่ง ร้านนวด 2 แห่ง และร้านอาหาร 2 แห่ง

จากการพบปะกับตัวแทนนายจ้าง พบว่า บริษัท Acre Works Sdn Bhd. ซึ่งเป็น Sub-contractor ในโครงการขยายเส้นทางรถไฟฟ้าสายอำปัง (Extension of LRT Ampang Line) และโครงการก่อสร้างเส้นทางรถไฟ Mass Rapid Transit (MRT) มีความพอใจในทักษะฝีมือแรงงานไทยมาก ซึ่งประสบการณ์และทักษะเฉพาะด้านการก่อสร้างทางรถไฟฟ้าของแรงงานไทย โดยเฉพาะตำแหน่ง Launching Superintendent, Launching Gantry Officer และ Rigger มีส่วนส่งเสริมในการดำเนินการก่อสร้างของบริษัทเสร็จตามกำหนด ขณะนี้ บริษัทอยู่ในระหว่างการเก็บงาน และกำลังทยอยส่งแรงงานไทยกลับประเทศ แต่จะดำเนินการจ้างงานแรงงานไทยอีกครั้งในการดำเนินโครงการ MRT สาย 2 ในปี 2016

จากการเข้าเยี่ยมแรงงานภาคบริการ ตำแหน่ง พนักงานนวด บริษัท BEA Therapy Sdn. Bhd. สาขา Sri Hartamas และบริษัท Thai odyssey Sdn. Bhd. สาขา Centre Point พบว่ามีปัญหาเกี่ยวกับสภาพการจ้างงาน ประกอบกับเกิดวิกฤติค่าเงินริงกิตมาเลเซียตกต่ำ ทำให้มีรายได้ส่งกลับบ้านน้อยกว่าเดิม จึงเกิดอาการเครียด และไม่มีกำลังใจจะทำงาน ฝ่ายนายจ้างประสบปัญหาแรงงานหนีกลับ สนร.มซ. จึงแนะนำให้บริษัทสร้างแรงจูงใจ ด้วยการปรับค่าจ้าง การให้เงินรางวัลตอบแทน รวมทั้งการปรับสวัสดิการของแรงงานให้ดีขึ้น คาดว่าน่าจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ระดับหนึ่ง

สำหรับสถานประกอบการร้านอาหารไทย สนร.มซ. ได้เข้าเยี่ยมร้าน Busaba Thai สาขา Sunway และร้าน Rosdet ที่ Kampung Baru ซึ่งมีประวัติการจ้างงานแรงงานไทยเป็นระยะเวลายาวนาน แม้จะมีรูปแบบและบรรยากาศร้านที่แตกต่างกัน แต่แรงงานไทยของทั้งสองร้านได้รับการปฏิบัติจากนายจ้างเหมือนกัน คือให้โอกาสลูกจ้าง โดยเฉพาะลูกจ้างที่ขยันขันแข็งและมีความกระตือรือร้นได้เรียนรู้ พัฒนาทักษะ จนสามารถไต่เต้าไปสู่ตำแหน่งงานที่สูงกว่า รวมทั้งดูแลลูกจ้างเสมือนเป็นสมาชิกในครอบครัว

สนร. มาเลเซียเข้าพบอธิบดีกรมประมงมาเลเซีย หารือเกี่ยวกับการจ้างงานและการคุ้มครองลูกเรือประมงไทย

          เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2558 สำนักงานแรงงานในประเทศมาเลเซีย (สนร. มซ.) โดย นายธนิทธิ์ ลอยพิมาย ที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) และนางสาวซูไฮดา แวดาหะ ผู้ช่วยดำเนินการ ด้านการส่งเสริมการจ้างงานในต่างประเทศ ร่วมกับฝ่ายกงสุล สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ โดย นายอรรถพงศ์ พันธุ์รัตน์ ที่ปรึกษา (ฝ่ายกงสุล) และนายอับดุลฮาลิม มะฮะ เจ้าหน้าที่ฝ่ายกงสุลฯ ได้เดินทางเข้าพบ ดาโต๊ะ ฮัจญี อิสมาอิล บิน อบูฮัสซัน (Datuk Haji Ismail Bin Abu Hassan) อธิบดีกรมประมงมาเลเซีย เพื่อหารือเกี่ยวกับการจ้างงาน และการคุ้มครองแรงงานลูกเรือไทยในประเทศมาเลเซีย สืบเนื่องจากที่ สนร. มซ. ได้รับเรื่องร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือจากแรงงานลูกเรือไทยจำนวนหลายราย ซึ่งมีทั้งการร้องทุกข์โดยคนงานโดยตรง ร้องทุกข์ผ่านญาติในประเทศไทย รวมทั้ง การร้องทุกข์ผ่านกระทรวงแรงงาน

           ผลจากการประชุมหารือ กรมประมงมาเลเซียแจ้งว่าไม่สนับสนุนให้ลูกเรือต่างชาติมาทำงานในมาเลเซีย แต่ในกรณีที่พบว่าเจ้าของเรือขาดแคลนแรงงาน ทางการจะอนุญาตให้มีการจ้างงานลูกเรือต่างชาติได้ โดยลูกเรือประมงต่างชาติได้รับอนุญาตให้ทำการประมงเฉพาะในโซน C- C3 (ระยะ 30 ไมล์ทะเล) เป็นต้นไปเท่านั้น นอกจากนี้ การอนุญาตดังกล่าว เป็นการอนุญาตให้ทำงานและอาศัยเฉพาะในเรือและที่ท่าเรือที่อนุญาตเท่านั้น ไม่รวมส่วนที่เป็นแผ่นดินใหญ่ หากฝ่าฝืน จะตกเป็นแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายหรือคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย

          ในส่วนของการคุ้มครองแรงงานลูกเรือประมงต่างชาติ ข้อตกลงในการจ้างงาน เช่น ค่าจ้างและสวัสดิการในการทำงาน จะกำหนดโดยเจ้าของเรือ หากลูกเรือไม่ได้รับการปฏิบัติตามข้อตกลง จะไม่สามารถเรียกร้องผ่านกรมประมงมาเลเซียได้ เนื่องจากไม่มีการกำหนดบทลงโทษว่าด้วยการบังคับใช้แรงงานในพระราชบัญญัติการประมง (Fisheries Act 1985) ทั้งนี้ หน้าที่หลักของกรมประมงมาเลเซีย คือการควบคุมดูแล ในเรื่องของการปฏิบัติตามใบอนุญาตของเจ้าของเรือ อย่างไรก็ตาม สำหรับลูกเรือประมงท้องถิ่น กรมประมงมาเลเซียจะแนะนำให้ทำประกันชีวิต รวมทั้งรัฐบาลมีเบี้ยเลี้ยงจ่ายให้ลูกเรือประมงท้องถิ่น (เฉพาะ Traditional Vessel) จำนวน 300 ริงกิตต่อเดือน

          ในกรณีที่ลูกเรือไทยโดดหนีออกจากเรือไปขึ้นบกเนื่องจากไม่สามารถรับสภาพการจ้างงาน หากทางการมาเลเซียพบตัว จะเป็นหน้าที่ของตำรวจมาเลเซียในการดำเนินการจับกุม สอบสวน และหากพบว่าเข้าเมืองผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจะส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองมาเลเซียดำเนินการตามกฎหมายต่อไป กรมประมงมาเลเซียตระหนักถึงความจำเป็นของการคุ้มครองแรงงานลูกเรือประมงต่างชาติ ดังนั้น กรมประมงมาเลเซียจึงมีแนวคิดที่จะปรับแก้ระบบการออกใบอนุญาตให้มีความมั่นคงและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยจะเปลี่ยนให้ใช้หนังสือเดินทาง และจะกำหนดให้มีการเรียกเก็บค่า Levy เหมือนที่ได้เรียกเก็บการแรงงานต่างชาติในภาคประกอบการอื่นๆ ซึ่งหากแรงงานลูกเรือประมงมีหนังสือเดินทางและใบอนุญาตทำงานที่ออกโดยกรมตรวจคนเข้าเมืองมาเลเซียเหมือนภาคประกอบการอื่น ก็จะได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายแรงงาน ทั้งนี้ ทางการมาเลเซียจะได้นำเสนอทางการไทย เพื่อสร้างความร่วมมือดังกล่าวต่อไปในอนาคต

 

 

 

 

***********************

สนร. มาเลเซียเข้าเยี่ยมแรงงานไทย ร้านอาหาร Phad Thai

       เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2558 สำนักงานแรงงานในประเทศมาเลเซีย (สนร. มซ.) โดยนายธนิทธิ์ ลอยพิมาย ที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) พร้อมเจ้าหน้าที่ ได้เดินทางไปเยี่ยมแรงงานไทย ร้านอาหาร Phad Thai ตั้งอยู่ที่ 21 Jalan USJ /C, Taipan USJ, Subang Jaya, Selangor มีเจ้าของเป็นคนไทย ชื่อ คุณยะห์ยา เป็นชาวจังหวัดนนทบุรี และมีแรงงานไทย 12 คน ส่วนใหญ่เป็นคนงานจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทุกคนมีใบอนุญาตทำงานถูกต้อง และพักอาศัยอยู่ที่บ้านของนายจ้าง

 

 

 

       ร้านอาหาร Phad Thai เป็นร้านอาหารแบบไทยสากล มีเมนูอาหารทั้งอาหารคาวและอาหารหวานหลายรายการ รสชาติอาหารเป็นที่ถูกปากทั้งชาวไทยและชาวมาเลเซีย มีการแนะนำร้านให้รู้จักผ่านทางโซเชียลเน็ทเวิร์กอย่างแพร่หลาย

       ร้านอาหาร Phad Thai เปิดบริการตั้งแต่วันอังคาร ถึงวันอาทิตย์ เวลา 11.00 น. ถึง 23.00 น. ปิดบริการ 1 วัน ในวันจันทร์ โดยนายจ้างให้เหตุผลว่า เพื่อให้ลูกจ้างได้พักผ่อน ซึ่งถือเป็นการปฏิบัติที่หายาก เนื่องจากภาคประกอบการสาขาบริการ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร หรือร้านนวด ส่วนใหญ่จะเปิดบริการทุกวัน แต่อาจให้ลูกจ้างได้หยุดงานสลับสับเปลี่ยนกันไป

 

 

******************

 

 

สนร. มาเลเซียเข้าเยี่ยมแรงงานไทย พร้อมพบตัวแทนนายจ้าง หารือเกี่ยวกับเรื่องร้องทุกข์ของแรงงานไทย

       เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2558 สำนักงานแรงงานในประเทศมาเลเซีย (สนร. มซ.) โดยนายธนิทธิ์ ลอยพิมาย ที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) พร้อมเจ้าหน้าที่ ได้เดินทางไปเยี่ยมแรงงานไทย บริษัท VKPT Sdn. Bhd. ซึ่งเป็นคนงานที่เดินทางมาทำงานผ่านบริษัทจัดหางาน เอ็ม. ดี. ซี. เอเย่นซี จำกัด ที่เมืองชาห์ อลัม รัฐสลังงอร์ สืบเนื่องจากได้รับการร้องทุกข์จากแรงงานไทยว่ามีปัญหาเกี่ยวกับที่พักแห่งใหม่ที่นายจ้างจัดหาให้ เนื่องจากที่พักมีสภาพเก่า เสื่อมโทรม และมีตัวเรือดอยู่เป็นจำนวนมาก

 

  

 

 

 

       สนร. มซ. ได้นัดพบตัวแทนบริษัทฯ Mr. Baskaren ตำแหน่ง Operations Manager เพื่อหารือและแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับที่พักของแรงงานไทย ในเบื้องต้น ตัวแทนบริษัทฯ ชี้แจงว่า ที่พักเดิมที่อาศัยหมดสัญญาเช่า และไม่สามารถต่อสัญญาฯ ได้เนื่องจากเจ้าของบ้านเซ็นสัญญาเช่ากับผู้เช่ารายอื่นแล้ว ประกอบกับที่พักในเมืองชาห์ อลัม ค่อนข้างหายาก บริษัทฯ จึงย้ายแรงงานไทยมาอยู่ที่นี่ สำหรับการแก้ไขปัญหา บริษัทฯ ขอเวลา 1 สัปดาห์เพื่อหาที่พักแห่งใหม่ ซึ่งบริษัทฯ ไม่รับประกันว่าจะหาได้หรือไม่ และมีสภาพเป็นที่พอใจหรือไม่ ทั้งนี้ หากที่พักใหม่ที่หาได้มีสภาพที่ไม่ดีเพียงพอ คนงานจะต้องพักอยู่ที่เดิม แต่บริษัทฯ จะรับผิดชอบในการดูแลปรับปรุงสภาพที่พัก รวมทั้งการทำความสะอาดและการกำจัดตัวเรือด

       ระหว่างที่กำลังหารือ บริษัทฯ ได้มีการส่งช่างมาติดหลอดไฟและพัดลมเพิ่มเติม และตัวแทนบริษัทฯ รับปากว่าจะนำเตียงเหล็กจำนวน 5 เตียงมาให้คนงาน รวมทั้งจะส่งคนมาทำความสะอาดที่พักภายในเย็นวันดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ตัวแทนบริษัทฯ ขอให้คนงานกลับไปทำงานตามปกติ เนื่องจากคนงานหยุดงานเป็นเวลาหลายวันแล้ว ซึ่งคนงานรับปากว่าจะไปทำงานตามปกติในวันจันทร์ ที่ 7 ก.ย. 58 เป็นต้นไป

       ในช่วงตอนเย็นของวันที่ 5 ก.ย. สนร. มซ. ได้รับแจ้งจากคนงานว่าได้รับเตียงเหล็ก 5 เตียงแล้ว แต่คนงานก็ขอให้ สนร. มซ. ติดตามการแก้ไขปัญหาที่พักในระยะยาวกับทางบริษัทฯ ซึ่ง สนร. มซ. จะได้ติดตามกับบริษัทฯ เพื่อดำเนินการต่อไป

 

 

 

*********************

 

 

7 ข้อควรระวัง! ก่อนไปทำงานที่ประเทศมาเลเซีย

                    การไปทำงานในต่างประเทศเป็นสิ่งที่ใฝ่ฝันสำหรับคนไทยหลายๆ คน เพราะคาดหวังว่าจะได้รับค่าจ้างที่สูงและสามารถส่งเงินกลับให้กับครอบครัวได้ มาเลเซียก็เป็นจุดหมายหนึ่งของหลายๆ คน อย่างไรก็ตาม ในการไปทำงานที่มาเลเซีย ท่านต้องตรวจสอบข้อมูลต่างๆ เพื่อให้แน่ใจว่าท่านจะไม่ถูกหลอกไปทำงานที่มาเลเซีย และสามารถทำงานเก็บเงินได้ตามฝัน

                    สำนักงานแรงงานในประเทศมาเลเซียขอให้ท่านลองตรวจสอบเบื้องต้นก่อนที่ท่านจะตกลงเข้ามาทำงานที่ประเทศมาเลเซีย หากการเดินทางไปทำงานของท่านตรงกับข้อใดข้อหนึ่งในนี้ แสดงว่าท่านเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะถูกหลอกหรือไม่ได้รับความเป็นธรรมในการทำงาน

                    1. ได้รับการแนะนำจากบุคคล/สื่อที่ไม่รู้จัก หรือรู้จักเพียงผิวเผิน ปัจจุบันมีคนที่ทำหน้าที่เป็นนายหน้าหางานให้กับนายจ้างในมาเลเซียจำนวนมาก อาจจะเป็นคนที่ท่านรู้จักหรือบุคคลที่มีหน้าตาในสังคม หรือได้รับแจกใบปลิวโฆษณาชวนเชื่อบนรถทัวร์ มีการอวดอ้างว่าจะได้รับการันตีเงินเดือนขั้นต่ำในอัตราที่สูง (30,000 – 40,000 บาทขึ้นไป) หรือได้ทิปเป็นเงินหลายหมื่นบาท นอกจากนี้ ประกาศตามสื่อออนไลน์ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Lineหรือเว็บไซต์ต่างๆ ยิ่งต้องระวังให้มากเพราะท่านไม่ได้เห็นภาพที่แท้จริง อย่าเคลิ้มหลงแค่กับตัวเลขรายได้ที่เขาบอกว่าท่านจะได้ ถ้าไม่ใช่ผู้ที่ท่านไว้ใจจริงๆ ให้สงสัยไว้ก่อนว่าท่านอาจถูกหลอก

                    2. ไม่เห็น/ไม่อ่านสัญญาจ้าง สัญญาจ้างเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุด เพราะทันทีที่ท่านเซ็นแล้วท่านจะต้องผูกพันปฏิบัติตาม มีสิทธิหน้าที่ และความรับผิดชอบตามสัญญาที่ท่านเซ็น ยิ่งท่านไม่เห็นสัญญาจ้างท่านยิ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกเอาเปรียบ ดังนั้น การไปทำงานต้องมีสัญญาจ้าง ถ้าท่านไม่เคยเห็นสัญญาจ้าง หรือนายจ้างไม่มีสัญญาจ้าง เป็นสัญญาปากเปล่า ให้สงสัยไว้ก่อนว่าท่านอาจถูกหลอกหรืออาจไม่ได้รับความเป็นธรรมในการทำงานเพราะนายจ้างอาจยกข้ออ้างต่างๆ เพื่อเรียกร้องจากท่านในภายหลัง หากมีสัญญาจ้าง ให้ท่านอ่านและตรวจสอบโดยละเอียด โดยเฉพาะอัตราค่าจ้าง วันหยุด การลา การหักเงิน ที่พักอาศัย การจัดอาหารให้ ดูว่าท่านรับได้หรือไม่ รวมถึงเงื่อนไขการขอยกเลิกสัญญาว่าหากท่านต้องการจะกลับบ้านก่อนหมดสัญญาจะต้องจ่ายเงินให้กับนายจ้างจำนวนเท่าใด

                    3. เดินทางโดยไม่มีหนังสือขออนุมัติวีซ่า (Calling Visa) การเดินทางไปทำงานที่ประเทศมาเลเซีย ท่านจะต้องได้รับหนังสือขออนุมัติวีซ่า (Calling Visa) เพื่อไปขอทำ Single Entry Visa (วีซ่า 3 เดือน) ที่สถานเอกอัครราชทูตมาเลเซียในกรุงเทพ หรือสถานกงสุลในจังหวัดสงขลาตามที่หนังสือระบุ ถ้าท่านเดินทางโดยไม่ได้ Calling Visa แสดงว่าท่านยังไม่ได้รับอนุญาตให้ไปทำงานในประเทศมาเลเซีย และท่านจะกลายเป็นผู้เดินทางไปทำงานโดยผิดกฎหมายในทันที

                    4. อายุเกิน 45 ปี มาเลเซียกำหนดให้แรงงานต่างชาติที่จะมาทำงานที่มาเลเซียต้องมีอายุไม่เกิน 45 ปี (ยกเว้นแรงงานที่ได้รับใบอนุญาตประเภทผู้เชี่ยวชาญระดับสูงซึ่งถือใบอนุญาตทำงานประเภท Employment Pass) โดยจะไม่ออก Work Permit ให้ ดังนั้น หากท่านอายุเกิน 45 ปี ท่านจะไม่สามารถมาทำงานที่มาเลเซียได้เด็ดขาด

                    5. ไม่ได้ตรวจสุขภาพทั้งก่อนการเดินทางออกจากไทยและเมื่อเดินทางไปถึงมาเลเซีย การไปทำงานที่มาเลเซีย ท่านต้องตรวจสุขภาพ 2 ครั้ง ครั้งแรก ก่อนที่ท่านจะได้ Calling Visa ท่านจะต้องเข้ารับการตรวจสุขภาพก่อน โดยสามารถไปตรวจสุขภาพได้เฉพาะโรงพยาบาล ที่ติดตั้งระบบ FWCMS เท่านั้น ซึ่งตอนนี้มี 3 โรงพยาบาล คือ โรงพยาบาลนอร์ทอีสเทอร์นวัฒนา (อุดรธานี) โรงพยาบาลเอกชัย (สมุทรสาคร) และโรงพยาบาลเปาโล เมโมเรียล โชคชัย 4 (กรุงเทพฯ) หากนายจ้างบอกให้ท่านไปตรวจโรงพยาบาลอื่นหรือขอใบรับรองแพทย์จากคลีนิคใดก็ได้แสดงว่าผู้ให้ข้อมูลคนนั้นอาจหลอกลวงหรือไม่รู้ข้อมูล ครั้งที่สอง เมื่อท่านเดินทางถึงมาเลเซีย นายจ้างจะรีบจัดการให้ท่านไปตรวจสุขภาพกับคลีนิคในสังกัด FOMEMA อีกครั้งเพื่อประกอบการขอ Work Permit ถ้านายจ้างไม่ได้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือนแรก ท่านจะไม่สามารถขอ Work Permit ได้

                    6. เดินทางเข้ามาทดลองทำงานก่อน 1 เดือน นายจ้างหรือนายหน้าหลายรายมักเสนอทางเลือกให้ท่านเข้ามาทดลองทำงานก่อน 1 เดือน และบอกว่าหากท่านไม่พอใจก็ค่อยเดินทางกลับไม่ต้องทำงานต่อ ซึ่งแรงงานไทยจำนวนมาก โดยเฉพาะพนักงานนวดได้รับข้อมูลเหล่านี้ และมักจะลงเอยด้วยการถูกนายจ้างหลอกให้ทำงานฟรี ต้องจ่ายเงินจำนวนมากหากจะกลับ หรืออาจถูกบังคับให้ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตด้วย

                    7. ใจท่านบอกว่าการเดินทางไปทำงานครั้งนี้ของท่านมีความเสี่ยง ข้อสุดท้าย คือ ลองถามใจตัวท่านเองว่ารู้สึกเหมือนว่าท่านกำลังเสี่ยงหรือกำลังจะถูกหลอกหรือไม่ ถ้าท่านรู้สึกเอะใจขึ้นมา ขอให้ทบทวนตรวจสอบข้อมูลโดยละเอียด โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านต้องรู้ชื่อนายจ้าง บริษัท/ร้านที่จะไปทำงาน พิกัดสถานที่ทำงาน หมายเลขโทรศัพท์ ถ้าท่านจะไปแล้วยังไม่รู้หรือไม่ได้รับแจ้งข้อมูลเหล่านี้ ท่านกำลังตกอยู่ในสถานการณ์เสี่ยง และที่สำคัญ ท่านอย่าหลอกหรือปลอบใจตัวเองว่าคงจะไม่เป็นไร เพราะเมื่อท่านพลาดไปแล้วผลที่ได้รับมันจะไม่คุ้มกัน และอาจหมายถึงความสูญเสียที่ไม่สามารถแก้ไขหรือเยียวยาได้

                    ท้ายนี้ สิ่งที่ท่านต้องจำขึ้นใจเลยก็คือ หากท่านเข้ามาทำงานโดยผิดกฎหมาย ท่านจะไม่สามารถเรียกร้องใดๆ ได้เลย ไม่ว่าจะจากนายจ้าง หรือจากทางการมาเลเซีย ด้วยเหตุผลที่ว่าเมื่อท่านเข้ามาทำงานโดยผิดกฎหมายท่านก็ไม่สามารถเรียกร้องสิทธิตามกฎหมายได้ หากท่านต้องการปรึกษาสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานจัดหางาน กระทรวงแรงงานทั่วประเทศ หรือสำนักงานแรงงานในประเทศมาเลเซีย พวกเราพร้อมสำหรับท่านเสมอ

                     ...ด้วยความปรารถนาดี...

 

  สำนักงานแรงงานในประเทศมาเลเซีย       

โทร. +603-2145-5868 /+603-2145-6004

อีเมล์ thai_labour_office@yahoo.com

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สนร. มาเลเซียเข้าพบผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักงานแรงงานอลอร์สตาร์ หารือเกี่ยวกับค่าจ้างค้างจ่ายของแรงงานไทย

             เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2558 สำนักงานแรงงานในประเทศมาเลเซีย (สนร. มซ.) โดยนายธนิทธิ์ ลอยพิมาย ที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) พร้อมเจ้าหน้าที่ ได้เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่สำนักงานแรงงานประจำเมืองอลอร์สตาร์ รัฐเคดาห์ เพื่อหารือเกี่ยวกับกรณีค่าจ้างค้างจ่ายของแรงงานไทย 4 คน ซึ่งทำงานในตำแหน่ง คนงานภาคการเพาะปลูก/คนงานในสวนยาง ในเมืองอลอร์สตาร์

 

 

 

 

          ในการเดินทางเพื่อประชุมหารือในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากนายอิสกันดาร์ บิน จัสซา (Iskandar Bin Jassa) ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สนง. อลอร์สตาร์ และเจ้าหน้าที่ รวมทั้งบริษัท Felda สาขา Bukit Tembaga ซึ่งเป็นผู้รับเหมาหลักด้วยดี แม้ว่าผู้รับเหมาช่วง (Contractor) ซึ่งเป็นนายจ้างโดยตรงจะไม่เข้าร่วมการหารือก็ตาม ทั้งนี้ หลังจากที่เจ้าหน้าที่สนง. อลอร์สตาร์ ได้มีการบันทึกปากคำคนงาน รวมทั้งรวบรวมเอกสารหลักฐาน เจ้าหน้าที่ฯ จะได้มีหนังสือออกคำสั่งให้ผู้รับเหมาหลักจ่ายค่าจ้างค้างจ่ายให้คนงาน รวมทั้งจะติดตามค่าจ้างอีกบางส่วนกับผู้รับเหมาช่วงต่อไป

 

 

 

สนร. มาเลเซียให้การต้อนรับผู้ตรวจราชการกรม กรมการจัดหางาน และคณะ ในการเข้าเยี่ยมคารวะเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2558 สำนักงานแรงงานในประเทศมาเลเซีย (สนร. มซ.) โดยนายธนิทธิ์ ลอยพิมาย ที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) พร้อมเจ้าหน้าที่ ได้ให้การต้อนรับนายสมบัติ นิเวศรัตน์ ผู้ตรวจราชการกรม กรมการ จัดหางาน และคณะ เนื่องในโอกาสเดินทางมาราชการ ณ ประเทศมาเลเซีย และได้นำคณะฯ เข้าเยี่ยมคารวะ นายดำรง ใคร่ครวญ เอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ รับฟังสถานการณ์ทั่วไปของประเทศมาเลเซีย การคุ้มครองแรงงานข้ามชาติและผู้ลี้ภัย รวมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ ในโอกาสนี้ สนร. มซ. ได้ร่วมบรรยายสถานการณ์แรงงานในมาเลเซียให้คณะฯ ด้วย

 

Syndicate content