สนร. มาเลเซียเข้าเยี่ยมด่านตรวจคนหางานสะเดา

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2557 นางสาวภัทรพร สมันตรัฐ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) นางสาวโสพิส หมัดป้องตัว ที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) และเจ้าหน้าที่สำนักงานแรงงานในประเทศมาเลเซีย (สนร.มซ.) ได้เข้าเยี่ยมด่านตรวจคนหางานสะเดา จังหวัดสงขลา ในโอกาสนี้ พบหารือกับนายอรุณ ชัยญาณ นักวิชาการแรงงานชำนาญการ และ นางสาว สนธยา ติปะวาโร ซึ่งให้การต้อนรับอย่างดี สนร.มซ. รับทราบบทบาทหน้าที่และแนวทางการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ด่านสะเดาในการให้บริการแก่แรงงานไทยที่จะเดินทางไปทำงานในประเทศมาเลเซีย

จากการหารือร่วมกัน ทราบว่าคนงานที่เดินทางผ่านด่านตรวจคนหางานสะเดา มีหลากหลายประเภท ทั้งแรงงานประเภทนวดแผนไทย แรงงานก่อสร้าง แรงงานประเภทต้มยำ และภาคเกษตรในระยะสั้น โดยส่วนใหญ่มีปัญหาเกี่ยวกับการแจ้งการเดินทาง เนื่องจากคนงานมีใบอนุญาตทำงานติดอยู่ในเล่มหนังสือเดินทาง แต่ไม่เคยแจ้งการเดินทาง จึงทำให้ตม. ไทยไม่อนุญาตให้ผ่านด่าน ซึ่งในการแจ้งการเดินทางยังคงมีปัญหาติดขัดด้านระเบียบบางประการ อีกทั้งสำนักงานด่านตรวจคนหางานอยู่ระหว่างขยายพื้นที่ และยังขาดอุปกรณ์ในการทำงานให้ได้รับความสะดวกและรวดเร็ว ได้แก่ เครื่องสแกนเอกสาร เครื่องถ่ายเอกสาร และเครื่องใช้อื่นๆที่จำเป็น ประกอบกับมีจำนวนเจ้าหน้าที่ประจำด่านเพียงแค่ 2 คน สับเปลี่ยนกันอยู่ประจำเพื่อให้บริการตลอดระยะเวลาทำการของด่าน ทำให้คนงานไม่ได้รับความสะดวกต่อการแจ้งการเดินทางเนื่องจากมีความยุ่งยากและไม่สามารถดำเนินการได้เสร็จทันเวลา อย่างไรก็ตาม สนร. มซ. ได้แนะนำให้ เจ้าหน้าตรวจคนหางานเร่งนำเสนอให้ผู้บังคับบัญชาทราบ เพื่อหาแนวทางแก้ไขเกี่ยวกับการแจ้งการเดินทางของคนงาน เพื่อให้สะดวกทั้งคนงานและเจ้าหน้าที่ต่อไป
ในการนี้ สนร. มาเลเซียได้มอบเอกสารคู่มือแรงงานไทยเพื่อแจกให้กับแรงงานไทย เพื่อให้แรงงานไทยตระหนักถึงความสำคัญของการเดินทางไปทำงานในต่างประเทศอย่างถูกต้องตามกฏหมาย และส่งเสริม สนับสนุน การแจ้งการเดินทางของแรงงานไทยเพื่อให้มีข้อมูล สถิติ ของแรงงานไทยที่เดินทางออกนอกประเทศที่แน่นอน เพื่อง่ายต่อเจ้าหน้าในการติดต่อและเข้าถึงในทุกกรณีที่เกิดเหตุในขณะที่อยู่ต่างประเทศ ช่วยลดและป้องกันแรงงานถูกหลอกโดยนายหน้าเถื่อนได้มากขึ้น ปัจจุบันตัวเลขของแรงงานไทยเข้าไปทำงานในมาเลเซียเพิ่มขึ้นทุกๆวัน การเข้าถึงจึงเป็นไปได้ยากมาก และเมื่อถึงปี 2558 ซึ่งเปิดประชาคมอาเซียน การเคลื่อนย้ายแรงงานในสายงานวิชาชีพก็จะมีมากขึ้น ดังนั้น การหาแนวทางในการแจ้งการเดินทางของคนงานให้มีความสะดวกคล่องตัวจึงมีความจำเป็นอย่างมาก เพื่อบริหารจัดการแรงงานในอนาคต

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2557 นางสาวภัทรพร สมันตรัฐ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) นางสาวโสพิส หมัดป้องตัว ที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) และเจ้าหน้าที่สำนักงานแรงงานในประเทศมาเลเซีย (สนร.มซ.) ได้เข้าเยี่ยมด่านตรวจคนหางานสะเดา จังหวัดสงขลา ในโอกาสนี้ พบหารือกับนายอรุณ ชัยญาณ นักวิชาการแรงงานชำนาญการ และ นางสาว สนธยา ติปะวาโร ซึ่งให้การต้อนรับอย่างดี สนร.มซ. รับทราบบทบาทหน้าที่และแนวทางการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ด่านสะเดาในการให้บริการแก่แรงงานไทยที่จะเดินทางไปทำงานในประเทศมาเลเซีย

จากการหารือร่วมกัน ทราบว่าคนงานที่เดินทางผ่านด่านตรวจคนหางานสะเดา มีหลากหลายประเภท ทั้งแรงงานประเภทนวดแผนไทย แรงงานก่อสร้าง แรงงานประเภทต้มยำ และภาคเกษตรในระยะสั้น โดยส่วนใหญ่มีปัญหาเกี่ยวกับการแจ้งการเดินทาง เนื่องจากคนงานมีใบอนุญาตทำงานติดอยู่ในเล่มหนังสือเดินทาง แต่ไม่เคยแจ้งการเดินทาง จึงทำให้ตม. ไทยไม่อนุญาตให้ผ่านด่าน ซึ่งในการแจ้งการเดินทางยังคงมีปัญหาติดขัดด้านระเบียบบางประการ อีกทั้งสำนักงานด่านตรวจคนหางานอยู่ระหว่างขยายพื้นที่ และยังขาดอุปกรณ์ในการทำงานให้ได้รับความสะดวกและรวดเร็ว ได้แก่ เครื่องสแกนเอกสาร เครื่องถ่ายเอกสาร และเครื่องใช้อื่นๆที่จำเป็น ประกอบกับมีจำนวนเจ้าหน้าที่ประจำด่านเพียงแค่ 2 คน สับเปลี่ยนกันอยู่ประจำเพื่อให้บริการตลอดระยะเวลาทำการของด่าน ทำให้คนงานไม่ได้รับความสะดวกต่อการแจ้งการเดินทางเนื่องจากมีความยุ่งยากและไม่สามารถดำเนินการได้เสร็จทันเวลา อย่างไรก็ตาม สนร. มซ. ได้แนะนำให้ เจ้าหน้าตรวจคนหางานเร่งนำเสนอให้ผู้บังคับบัญชาทราบ เพื่อหาแนวทางแก้ไขเกี่ยวกับการแจ้งการเดินทางของคนงาน เพื่อให้สะดวกทั้งคนงานและเจ้าหน้าที่ต่อไป
ในการนี้ สนร. มาเลเซียได้มอบเอกสารคู่มือแรงงานไทยเพื่อแจกให้กับแรงงานไทย เพื่อให้แรงงานไทยตระหนักถึงความสำคัญของการเดินทางไปทำงานในต่างประเทศอย่างถูกต้องตามกฏหมาย และส่งเสริม สนับสนุน การแจ้งการเดินทางของแรงงานไทยเพื่อให้มีข้อมูล สถิติ ของแรงงานไทยที่เดินทางออกนอกประเทศที่แน่นอน เพื่อง่ายต่อเจ้าหน้าในการติดต่อและเข้าถึงในทุกกรณีที่เกิดเหตุในขณะที่อยู่ต่างประเทศ ช่วยลดและป้องกันแรงงานถูกหลอกโดยนายหน้าเถื่อนได้มากขึ้น ปัจจุบันตัวเลขของแรงงานไทยเข้าไปทำงานในมาเลเซียเพิ่มขึ้นทุกๆวัน การเข้าถึงจึงเป็นไปได้ยากมาก และเมื่อถึงปี 2558 ซึ่งเปิดประชาคมอาเซียน การเคลื่อนย้ายแรงงานในสายงานวิชาชีพก็จะมีมากขึ้น ดังนั้น การหาแนวทางในการแจ้งการเดินทางของคนงานให้มีความสะดวกคล่องตัวจึงมีความจำเป็นอย่างมาก เพื่อบริหารจัดการแรงงานในอนาคต