สนร.มาเลเซีย เข้าเยี่ยมคารวะผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานราชการในสังกัดกระทรวงแรงงาน

 

               เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2557 สำนักงานแรงงานในประเทศมาเลเซีย โดยนางสาวภัทรพร สมันตรัฐ อัครราชทูต ที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) นางสาวโสพิส หมัดป้องตัว ที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) และเจ้าหน้าที่สำนักงานแรงงานในประเทศมาเลเซีย ได้เดินทางไปราชการที่จังหวัดสงขลา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหารือข้อราชการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับแรงงานไทย เวลา 9.00 – 10.30 น.

               คณะของสนร. มาเลเซียได้เข้าเยี่ยมคารวะผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา (นายธำรงค์ เจริญกุล) ในการนี้ ได้มีการหารือเกี่ยวกับปัญหาของแรงงานไทยที่มีการเข้า-ออกไทยมาเลเซีย โดยใช้วีซ่าท่องเที่ยวแต่แอบแฝงเข้าไปทำงานโดยผิดกฎหมาย ซึ่งเข้าออกด่านระหว่างสองประเทศ ได้แก่ แรงงานในร้านอาหารประเภทต้มยำจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ แรงงานนวดแผนไทย และแรงงานก่อสร้าง ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวพันกับปัญหาการใช้รถตู้ขนส่งนำคนเหล่านี้เข้าประเทศ ส่งผลให้ทางการมาเลเซียเข้มงวดกับการให้บริการของรถตู้โดยสารจากไทย ทำให้มีปัญหากระทบไปสู่ธุรกิจบริการการท่องเที่ยวด้วย นอกจากนี้ ยังเกี่ยวข้องกับกลุ่มนายหน้าสายเถื่อน และรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างนำคนผ่านแดนที่ปฏิบัติการอยู่บริเวณด่านชายแดน ของทั้งสองประเทศ หลังจากนั้น สนร. มาเลเซียได้มีโอกาสร่วมประชุมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน ณ ห้องประชุมสำนักงานแรงงานจังหวัดสงขลา ประกอบด้วย แรงงานจังหวัดสงขลา แรงงานจังหวัดปัตตานี แรงงานจังหวัดยะลา แรงงานจังหวัดนราธิวาส ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน ภาค 12 สงขลา จัดหางานจังหวัดสงขลา ประกันสังคมจังหวัดสงขลา สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสงขลา ผู้อำนวยการศูนย์ความปลอดภัยแรงงาน เขต 9 นักวิชาการแรงงานชำนาญการ ประจำด่านตรวจคนหางานสะเดา นักวิชาการพัฒนาฝีมือแรงงาน นักวิชาการแรงงานปฏิบัติการ และเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูลสถานการณ์แรงงาน สนร. มาเลเซียได้รายงานสถานการณ์แรงงานไทยในประเทศมาเลเซียให้ทราบ รวมทั้งโอกาสในการจ้างงานในตำเหน่งต่างๆ ในประเทศมาเลเซีย เช่น ภาคอุตสาหกรรมการผลิต พนักงานนวดแผนไทย พนักงานร้านอาหาร ภาคการเกษตร และภาคก่อสร้าง เนื่องจากนายจ้างชื่นชมในความขยัน ละเอียด อดทน และสู้งานของแรงไทย

               ทั้งนี้หากแรงงานไทยมีการพัฒนาฝีมือให้มีทักษะที่สูงขึ้น เรียนรู้เทคนิคในงานเฉพาะตัว หรือเรียนรู้ภาษาเพิ่มมากขึ้น จะทำให้แรงงานไทยสามารถแข่งขันได้มากขึ้นในอาเซียน นอกจากนี้ได้มีการหารือหาวิธีแก้ไขปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับการแจ้งการเดินทางที่สามารถให้ความสะดวก รวดเร็ว ทั้งคนงานและเจ้าหน้าที่ด่าน ปัญหานายหน้าเถื่อนหลอกคนงาน ปัญหาการค้ามนุษย์ และโอกาสการขยายตลาดแรงงานในประเทศมาเลเซีย ตลอดจนได้รายงานแนวโน้ม การเคลื่อนย้ายแรงงานใน 7 สาขาวิชาชีพที่จะเริ่มมีการเคลื่อนย้ายเสรีในเร็วนี้ ทั้งนี้ได้ร่วมกันวิเคราะห์ศักยภาพแรงงานไทย เพื่อการเตรียมความพร้อม แก้จุดด้อย เสริมจุดเด่น และสร้างโอกาสให้แก่แรงงานไทยในอาเซียน อย่างมีประสิทธิภาพ