Skip to main content

หน้าหลัก

ภารกิจ และ อำนาจหน้าที่รับผิดชอบหน่วยงาน

ภารกิจของสำนักงานแรงงานในประเทศมาเลเซีย

3.1 การขยายและรักษาตลาดแรงงาน
3.1.1 หลักเกณฑ์ในการรับรองสัญญาจ้าง
ในการรับรองสัญญาจ้างทุกฉบับ สำนักงานแรงงานในประเทศมาเลเซียจะพิจารณารายละเอียดของสัญญา โดยแรงงานต้องได้รับสวัสดิการการจ้างงานไม่ต่ำกว่าสิทธิที่พึงมีพึงได้ตามกฎหมายของประเทศมาเลเซียและประเทศไทย ดังนี้
(1) พระราชบัญญัติการจ้างงาน ปี ค.ศ. 1955 (Employment Act 1955) ซึ่งเป็นกฎหมายหลักเกี่ยวกับเรื่องแรงงานในประเทศมาเลเซีย ซึ่งได้บัญญัติข้อกำหนดและเงื่อนไข สิทธิประโยชน์ และมาตรฐานในการจ้างงาน
(2) ประกาศกรมการจัดหางาน เรื่อง กำหนดอัตราค่าจ้างมาตรฐานขั้นต่ำและเงื่อนไขสำหรับ การจ้างแรงงานไทยในประเทศมาเลเซีย ประกาศ ณ วันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

3.1.2 ประเภทของการรับรองสัญญาจ้าง
(1) กรณีการจ้างงานผ่านกรมการจัดหางานหรือบริษัทจัดหางาน (Recruitment)
ก. นายจ้างต้องเตรียมเอกสารตามรายการต่อไปนี้
1. หนังสือปะหน้า (Cover Letter)
2. หนังสือแจ้งความต้องการ (Demand Letter)
3. หนังสือมอบอำนาจ (Power of Attorney)
4. แบบฟอร์มจดทะเบียนบริษัท (Form 9, 24, 49)
5. หนังสืออนุมัติการจ้างงานแรงงานต่างชาติจากทางการมาเลเซีย
5.1 หนังสืออนุมัติการจ้างงานแรงงานต่างชาติจากกระทรวงมหาดไทยของมาเลเซีย (ฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษ พร้อมรับรองการแปล)
5.2 หนังสืออนุมัติการลงทะเบียนกับหน่วยงาน Expatriate Service Division หรือ ESD สำหรับกรณีการจ้างแรงงานระดับฝีมือ หรือ Expatriate
6. สัญญาจ้าง (Employment Contract) ฉบับภาษาอังกฤษ
7. สำเนาบัตรประชาชนของนายจ้าง
8. สำเนาใบอนุญาตประกอบธุรกิจ (Business License) สำหรับภาคบริการ
9. สำเนาหนังสือสัญญางาน (Letter of Award) สำหรับภาคก่อสร้าง
หมายเหตุ: รายการเอกสารตามข้อ 2, 3 และ 4 จะต้องผ่านการรับรองจาก Notary Public, กรมการกงสุล กระทรวงต่างประเทศของมาเลเซีย (Wisma Putra) และฝ่ายกงสุล สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ตามลำดับ

ก. ขั้นตอนการรับรองเอกสาร
1. ให้นายจ้างสแกนเอกสารตามรายการข้างต้น แล้งส่งอีเมล์มาที่สำนักงานแรงงาน ในประเทศมาเลเซียเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร จากนั้น สำนักงานแรงงานในประเทศมาเลเซียจะแจ้งนายจ้างให้ไปรับรองเอกสารกับ Notary Public, กรมการกงสุล กระทรวงต่างประเทศของมาเลเซีย (Wisma Putra) และฝ่ายกงสุล สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์
2. ตรวจสอบรายการเอกสารที่นายจ้างยื่นว่าครบตามรายการข้างต้นหรือไม่ หากไม่ครบสมบูรณ์ ต้องประสานแจ้งให้นายจ้างยื่นให้ครบถ้วนสมบูรณ์
3. ตรวจทานสัญญาจ้างว่าเป็นไปตามประกาศกรมการจัดหางาน เรื่อง กำหนดอัตราค่าจ้างมาตรฐานขั้นต่ำและเงื่อนไขสำหรับการจ้างแรงงานไทยในประเทศมาเลเซีย และตามกฎหมายแรงงานมาเลเซีย (Employment Act 1955) หรือไม่ หากไม่เป็นไปตามข้อกำหนดและข้อกฎหมาย จะต้องแจ้ง ให้บริษัทนายจ้างทำการแก้ไข
4. เมื่อพบว่าเอกสารถูกต้องทุกรายการแล้ว ลงเลขที่รับรองลงในทะเบียนหนังสือรับรองสัญญาจ้าง จากนั้นประทับตราครุฑ (ใช้หมึกสีแดง) พร้อมเลขที่รับรอง ชื่อหัวหน้าสำนักงาน/รักษาการหัวหน้าสำนักงาน และวันที่ (ใช้หมึกสีน้ำเงิน) ลงในเอกสารตามข้อ 2, 3, 4 และ 6 แล้วให้หัวหน้าสำนักงาน/รักษาการหัวหน้าสำนักงาน ลงลายมือชื่อทุกหน้า
5. ถ่ายเอกสารทั้งหมด จำนวน 2 ชุด ชุดแรกสำหรับส่งกรมการจัดหางาน ชุดที่สองสำหรับเก็บไว้ที่ สนร. มาเลเซีย
6. ทำบันทึกข้อความ เรื่อง บริษัท (ระบุชื่อบริษัทนายจ้าง) ต้องการจ้างงานแรงงานไทย ถึงปลัดกระทรวงแรงงาน (ผ่านอธิบดีกรมการจัดหางาน) พร้อมแนบสำเนาเอกสารตามข้อ 5 (ขั้นตอน)
7. สแกนเอกสารทั้งหมดเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์
8. บันทึกข้อมูลลงในแฟ้ม (file) ตารางรับรองสัญญาจ้าง และรายละเอียดผลงาน และตัวชี้วัดประจำเดือน
9. กรณีการขอจ้างงานผ่านกรมการจัดหางาน ส่งบันทึกข้อความพร้อมรายการเอกสาร ฉบับจริงผ่านถุงเมล์ ส่วนกรณีการจ้างงานผ่านบริษัทจัดหางาน ส่งบันทึกข้อความพร้อมรายการเอกสาร (ฉบับสำเนา) ผ่านถุงเมล์ โดยคืนเอกสารฉบับจริงให้กับนายจ้าง เพื่อนายจ้างจะได้ส่งมอบให้บริษัทจัดหางานดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
10. อีเมล์ส่งเอกสาร (ฉบับสแกน) ส่งกรมการจัดหางาน
11. กรณีการจ้างงานผ่านกรมการจัดหางาน ส่งฝ่ายจัดส่งไปทำงานไต้หวันและประเทศอื่นๆ (E-mail: iom_overseas1@outlook.com)
12. กรณีการจ้างงานผ่านบริษัทจัดหางาน ส่งสำนักบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ
E-mail: oea@doe.go.th
หมายเหตุ: กรณีนายจ้างที่ต้องการจ้างแรงงานไทยเป็นนายจ้างรายใหม่ สำนักงานแรงงานในประเทศมาเลเซียอาจต้องเดินทางไปตรวจสอบสถานที่ทำงานและที่พักของแรงงานไทยก่อนการรับรองเอกสาร
(2) กรณีเดินทางมาทำงานด้วยตนเอง (Endorsement)
ก. นายจ้างต้องเตรียมเอกสารตามรายการต่อไปนี้
1. หนังสือปะหน้า (Cover Letter)
2. แบบฟอร์มจดทะเบียนบริษัท (Form 9, 24, 49)
3. สำเนาหนังสืออนุมัติการจ้างงานจากทางการมาเลเซีย
3.1 สำเนาเอกสาร Calling Visa (ฉบับจริงต้องยื่นให้เจ้าหน้าที่ดูในวันยื่นเอกสาร) กรณีแรงงานอยู่ในประเทศไทยรอเดินทางมาทำงาน
3.2 สำเนาใบอนุญาตทำงาน (Visit Pass (Temporary Employment)) หรือ Employment Pass) กรณีแรงงานได้ทำงานกับนายจ้างในประเทศมาเลเซียแล้ว
4. สัญญาจ้าง (ทั้งฉบับภาษาอังกฤษและภาษาไทย) 1 ชุด ต่อแรงงาน 1 คน (กรณี Expatriate อนุโลมให้ใช้สัญญาจ้างฉบับภาษาอังกฤษเพียงฉบับเดียวได้)
5. รูปภาพสถานที่ทำงานและที่พัก พร้อมแผนที่แสดงที่ตั้งของสถานที่ทำงาน
6. สำเนาหนังสือเดินทางของแรงงานไทย
7. สำเนาบัตรประชาชนของนายจ้าง
8. สำเนาใบอนุญาตประกอบธุรกิจ (Business License) สำหรับภาคบริการ
9. แบบฟอร์มขอให้รับรองสัญญาจ้าง (ให้แรงงานกรอกข้อมูลและลงนามให้เรียบร้อย)
ข. ขั้นตอนการรับรองสัญญาจ้าง
1. ตรวจสอบรายการเอกสารที่นายจ้างยื่น ว่าครบตามรายการข้างต้นหรือไม่ หากไม่ครบสมบูรณ์ ต้องประสานแจ้งให้นายจ้างยื่นให้ครบถ้วนสมบูรณ์
2. ตรวจทานสัญญาจ้าง ว่าเป็นไปตามประกาศกรมการจัดหางาน เรื่อง กำหนดอัตราค่าจ้างมาตรฐานขั้นต่ำและเงื่อนไขสำหรับการจ้างแรงงานไทยในประเทศมาเลเซีย และตามกฎหมายแรงงานมาเลเซีย (Employment Act 1955) หรือไม่ หากไม่เป็นไปตามข้อกำหนดและข้อกฎหมาย จะต้องแจ้ง ให้บริษัทนายจ้างทำการแก้ไข
3. โทรศัพท์สอบถามแรงงานไทยที่จะมาทำงานกับนายจ้าง เกี่ยวกับการจ้างงานและข้อตกลงในสัญญาจ้าง เพื่อให้มั่นใจว่าแรงงานเดินทางมาทำงานด้วยตนเองจริง ไม่ได้มีการจ่ายค่านายหน้า ให้บุคคลที่สาม รวมทั้งแรงงานเข้าใจข้อตกลงในสัญญาจ้าง นอกจากนี้ สำนักงานแรงงานในประเทศมาเลเซียจะแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับสภาพเศรษฐกิจของมาเลเซีย โดยเฉพาะอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา เพื่อเป็นข้อมูล ให้แรงงานพิจารณา
4. เมื่อพบว่าเอกสารถูกต้องทุกรายการแล้ว ให้ลงเลขที่รับรองลงในทะเบียนหนังสือรับรองสัญญาจ้าง จากนั้น ประทับตรา Seen at พร้อมเลขที่รับรอง ชื่อหัวหน้าสำนักงาน/รักษาการหัวหน้าสำนักงาน และวันที่ (ใช้หมึกสีน้ำเงิน) ลงในสัญญาจ้างหน้าสุดท้าย/หน้าที่มีลายมือชื่อนายจ้างและลูกจ้าง แล้วประทับตราครุฑ (ใช้หมึกสีแดง) ลงบนชื่อหัวหน้าสำนักงาน ส่วนสัญญาจ้างหน้าอื่นๆ ให้ประทับตราครุฑ (ใช้หมึกสีแดง) และวันที่ (ทุกหน้า) จากนั้น ให้หัวหน้าสำนักงาน/รักษาการหัวหน้าสำนักงาน ลงลายมือชื่อ (เฉพาะหน้าสุดท้าย/หน้าที่มีลายมือชื่อนายจ้างและลูกจ้าง)
5. บันทึกข้อมูลนายจ้างและลูกจ้างลงในฐานข้อมูลของสำนักงานแรงงานในประเทศมาเลเซีย
6. บันทึกข้อมูลลงในแฟ้มตารางรับรองสัญญาจ้าง และรายละเอียดผลงานและตัวชี้วัดประจำเดือน
7. ถ่ายเอกสารสัญญาจ้างเก็บไว้ 1 ชุด ส่วนฉบับจริงคืนให้นายจ้างหรือแรงงานไทย
หมายเหตุ:
1. กรณีนายจ้างที่ต้องการจ้างแรงงานไทยเป็นนายจ้างรายใหม่ สำนักงานแรงงานในประเทศมาเลเซีย อาจต้องเดินทางไปตรวจสอบสถานที่ทำงานและที่พักของแรงงานไทยก่อนการรับรองสัญญาจ้าง
2. กรณีนายจ้างที่มีสถานประกอบการอยู่ห่างไกลจากสำนักงานแรงงานในประเทศมาเลเซีย นายจ้างสามารถส่งเอกสารทางไปรษณีย์ได้ และต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการส่งเอกสารคืนให้กับนายจ้างด้วย
เป้าหมายการรับรองสัญญาจ้าง
เป้าหมายการปฏิบัติงานของการรับรองสัญญาจ้าง เท่ากับ 600 คนต่อปี อย่างไรก็ตาม มีนายจ้างและแรงงานมาขอรับรองสัญญาจ้างจำนวนมากกว่าคาดการณ์ทุกปี นั่นคือ 950 คน 1,722 คน และ 737 คน ในปี 2559, 2560 และ 2561 (ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2561)

อำนาจหน้าที่ของสำนักงานแรงงานในประเทศมาเลเซีย มีดังนี้

(1) งานส่งเสริมการจ้าง ได้แก่ การติดตามและแสวงหาตลาดแรงงาน สำรวจประเภทของอาชีพ เงื่อนไขสภาพการจ้างงาน อัตราค่าจ้าง เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารด้านการจ้างงาน ให้คำแนะนำเกี่ยวกับระเบียบวิธีปฏิบัติในการจ้างแรงงานไทย และพิจารณารับรองเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการจ้างแรงงานไทย
(2) งานคุ้มครองและดูแลสิทธิประโยชน์ของแรงงาน ได้แก่ การให้ความช่วยเหลือแก่แรงงานไทยเพื่อให้ได้รับความคุ้มครองตามสิทธิและให้ได้รับผลประโยชน์ตามสัญญาและกฎหมายแรงงาน ตลอดจนการเยี่ยมแรงงานเพื่อรับทราบข้อเท็จจริงและปัญหาเกี่ยวกับสภาพการทำงานและความเป็นอยู่
(3) งานส่งเสริมความสัมพันธ์ด้านแรงงาน ได้แก่ การให้คำปรึกษาในการจัดทำสัญญาจ้าง หรือข้อตกลงระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง การประชุมชี้แจงแรงงานเกี่ยวกับการทำงาน และการปฏิบัติตนตามระเบียบข้อบังคับกฎหมาย ขนบธรรมเนียมประเพณี การเยี่ยมเยียนทำความรู้จักเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการ นายจ้างท้องถิ่น รวมทั้งการไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทแรงงานกรณีมีข้อขัดแย้งและไม่เข้าใจกัน
(4) งานวิชาการ ได้แก่ การรวบรวม สถิติ ข่าวสาร และการทำการศึกษาวิเคราะห์ วิจัยถึงแนวโน้มของการพัฒนาประเทศ สภาพการขยายตัวทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสถานการณ์ด้านแรงงาน ตลาดแรงงาน และการจ้างแรงงานไทย

 


277
TOP